1. กินอาหารครบ 5 หมู่
โดยเลือกประเภทอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน เช่น
- เด็กในวัยเจริญเติบโต และระบบต่าง ๆ ในร่างกายกำลังพัฒนา ควรเพิ่มอาหารโปรตีน เช่น อาหารประเภทนม และผลิตภัณฑ์จาก นม ไข่ และเนื้อสัตว์
- ผู้สูงอายุ ควรลดอาหารไขมัน ลดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และเพิ่มโปรตีนจากปลา เป็นต้น
2. ลดการกินอาหารคาร์โบไฮเดรต
ไม่ควรกินอาหารคาร์โบไฮเดรต เช่น แป้ง น้ำตาล มากเกินไป เพราะเป็นอาหารที่ดูดซึมได้เร็ว ระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มสูงเร็ว ร่างกายจะหลังอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และเกิดความรู้สึกหิวเร็ว ต้องกินอาหารว่างเพิ่มก่อนถึงอาหารเที่ยง
3. แบ่งมื้ออาหารให้เหมาะสม
คนปกติที่กินอาหารวันละ 3 มื้อ ควรแบ่งมื้ออาหารแต่ละมื้อให้เหมาะสม อาหารเช้า ควรกินในปริมาณที่ให้แคลอรี่ไม่น้อยกว่าอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็น
4. ไม่ควรกินอาหารสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารกระป้อง
เพราะจะได้ส่วนประกอบของอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น สารกันบูด กันเชื้อรา สารแต่งกลิ่น แต่งสี แต่งรส ผงชูรส ได้เกลือหรือน้ำตาลในปริมาณมากเกินไป
5. เพิ่มอาหารโปรตีน
อาหารเช้า เช่น ชา กาแฟ ขนมปัง ปาท่องโก๋ กินได้ แต่จะได้สารอาหาร คาร์โบไฮเตรต และไขมัน ดังนั้น ควรเพิ่มอาหารโปรตีนจาก นม ไข่ และควรกินผักและผลไม้ร่วมด้วย
6. กินอาหารไทยเป็นมื้อเช้า
อาหารมื้อเช้าที่เป็นอาหารไทย มีสารอาหารครบถ้วนมากกว่าอาหารฝรั่ง การกินข้าว ข้าวต้ม กับข้าว แกง แกงจืด ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ต้มเลือดหมู ได้สารอาหารครบมากกว่าขนมปัง ไข่ดาว เบคอน หมูแฮม
การจัดการและสร้างพฤติกรรม
เมื่ออาหารเช้ามีความสำคัญต่อสุขภาพทั้งในปัจจุบันและส่งผลต่อการเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในอนาคต เราจึงต้องจัดการเพื่อให้มีเวลาเพียงพอ ในการกินอาหารเช้าที่เป็นประโยชน์
วิถีชีวิตความเร่งรีบในเวลาเช้าด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ ของแต่ละคนแต่ละครอบครัว คนในครอบครัวต้องร่วมกันจัดการและสร้างพฤติกรรมการกินอาหารเช้าที่มีคุณภาพ อย่างมีความสุข
ที่มา : หนังสือหมอชาวบ้าน
ลงข้อมูลวันที่ 21 สิงหาคม 2563